Minister of  Defence
*
เพื่อให้กระทรวงกลาโหม สามารถปฏิบัติภารกิจ ที่รับผิดชอบ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.กห. จึงกำหนด นโยบาย ๕ ประการ ให้ทุกส่วนราชการของ กห. นำไปปฏิบัติ

การประชุมความมั่นคงในเอเชีย ครั้งที่ ๑ ณ ประเทศสิงคโปร์
ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านความมั่นคงร่วมกัน
และกองทัพไทยได้รับการยอมรับ ในการเข้าร่วมปฏิบัติการรักษาสันติภาพ ในอัฟกานิสถาน

ในระหว่างวันที่ ๓๑ พ.ค. - ๒ มิ.ย.๔๕ ณ ประเทศสิงคโปร์ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนกระทรวงกลาโหมเข้าร่วมประชุมความมั่นคงในเอเชีย ครั้งที่ ๑ ( First Asia Security Conferene ) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือผู้แทนของ ๑๘ ประเทศ นักวิชาการ และผู้สื่อข่าว
การดำเนินการจัดการประชุม โดยสถาบันทางวิชาการของประเทศสหราชอาณาจักร คือ สถาบันนานาชาติเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ ( The International Institute for Strategic Studies )ประเด็นสำคัญของการประชุมมีการบรรยาย และถกแถลงใน ๖ หัวข้อ ประกอบด้วย
    -- ยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก
    -- นโยบายความมั่นคงและหลักนิยมทางทหารของสาธารณรัฐประชาชนจีน
    -- บทบาทของยุโรปในความมั่นคงของเอเชีย การจัดการต่อภัยคุกคามการก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    -- ความท้าทายต่อการแพร่กระจายอาวุธในเอเชีย - แปซิฟิก
    -- ความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์กรด้านความมั่นคงในเอเชีย
ประเด็นที่มีการเน้นและกล่าวถึงมากที่สุด คือ ภัยคุกคามต่อภูมิภาคและต่อโลกของการ ก่อการร้ายและความร่วมมือต่อต้านการก่อการร้าย ผลสรุปที่ได้จากการประชุมที่สำคัญ ดังนี้
ประการแรก ได้รับทราบข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆ ในเอเชีย รับทราบทัศนคติทั้งในเชิงนโยบายและเชิงวิชาการของผู้บริหารประเทศและนักวิชาการเกี่ยวกับความมั่นคง ในเอเชีย ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบเป็นข้อมูลในการบริหารงานและกำหนดนโยบายต่อไป
ประการที่สอง การแสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อประชาคมโลก ว่าประเทศไทยสนับสนุนการประชุมด้านความมั่นคง เพื่อเป็นเวทีในการแสดงออกและนำไปสู่ความเข้าใจ และความไว้วางใจระหว่างประเทศ
ประการที่สาม การหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบทวิภาคีระหว่างรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ( นาย PAUL WOLFOWITZ ) ดังนี้
    -- การหารือเพื่อยืนยันท่าทีและการสนับสนุนของประเทศไทยตามที่ ฯพณฯ นายก รัฐมนตรี ได้เคยพูดจากับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อนายกรัฐมนตรีเยือนสหรัฐอเมริกา ใน ธ.ค.๔๔ และแจ้งผลความคืบหน้าการดำเนินการต่างๆ
    -- จะขอให้ไทยสนับสนุนหน่วยทหารเข้าร่วมปฏิบัติการรักษาสันติภาพและเพื่อมนุษยธรรมในอัฟกานิสถาน โดยหน่วยบัญชาการภาคกลาง หรือ Central Command ของสหรัฐอเมริกาจะเป็นหน่วยรับผิดชอบเสนอคำขออย่างเป็นทางการมายังกระทรวงกลาโหมไทยต่อไป ( กองพันทหารช่าง และหน่วยแพทย์ของไทยมีความพร้อม )
    -- แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการต่อต้านการก่อการร้ายสากล รวมทั้งได้แจ้งให้สหรัฐฯทราบว่ารัฐบาลไทยกำลังพิจาณาและเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อนำไปสู่การร่วมลงนามในข้อตกลง ๓ ฝ่าย ของ อินโดนีเชีย มาเลเชีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งจะทำให้เกิดความร่วมมือการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งรวมถึงการก่อการร้ายด้วย จะทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่จะขยายวงกว้างขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    -- สำหรับความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย ไทยได้เสนอให้สหรัฐฯ เพิ่มความช่วยเหลือด้านการฝึกและเทคโนโลยีในการดำเนินการจากสหรัฐฯให้มากขึ้น ( อาทิ การวางระบบฐานข้อมูลของผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทย จากช่องทางต่างๆ ทั่วประเทศ )
    -- ได้มีการชี้แจงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย - พม่า ให้ฝ่ายสหรัฐได้ทราบ
    -- สหรัฐฯ ได้ยืนยันการสนับสนุนไทยในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทั้งในด้านการฝึกอบรมและงบประมาณในการปราบปราม
อนึ่งผลการประชุมในครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จะได้เร่งรัดดำเนินการ และให้เหล่าทัพทราบข้อมูลเพื่อพิจารณาวางแผน และประสานงานในด้านความมั่นคง ให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมโดยเร็ว อันจะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และชาติบ้านเมือง รวมทั้งความมั่นคงในภูมิภาคด้วย


 

----------------------------------


Up บน