Minister of  Defence
*
เพื่อให้กระทรวงกลาโหม สามารถปฏิบัติภารกิจ ที่รับผิดชอบ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.กห. จึงกำหนด นโยบาย ๕ ประการ ให้ทุกส่วนราชการของ กห. นำไปปฏิบัติ

  • การประชุม ๘ มึ.ค. ๔๔
  • การประชุม ๒๕ ต.ค.๔๔
  • การประชุม ๒๘ ธ.ค. ๔๔
  • การประชุม ๓๐ ม.ค. ๔๕
  • การประชุม ๒๘ ก.พ. ๔๕
  • การประชุม ๒๐ มี.ค. ๔๕
  • การประชุม ๒๙ เม.ย. ๔๕
  • การประชุม ๑๗ พ.ค. ๔๕
  • การประชุม ๒๔ มิ.ย. ๔๕
  • การประชุม ๒๖ ก.ค. ๔๕
  • การประชุม ๒๖ ส.ค. ๔๕
  • การประชุม ๒๔ ต.ค.๔๕



  • ผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ ๘/๔๕
    เมื่อ ๒๖ ส.ค. ๔๕ เวลา ๑๒๐๐ โดย โฆษก และรองโฆษก กระทรวงกลาโหม
    ณ ห้องแถลงข่าว ในศาลาว่าการกลาโหม

     

    ผมได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานสภากลาโหม ให้มาเรียนชี้แจง ผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ ๘/๔๕ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบผลการปฏิบัติงานในห้วงเวลาของกองทัพไทย ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคมและชาติบ้านเมือง สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
      1. กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยทหารในพื้นที่เสี่ยงภัย ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มความสามารถ
      2. ส่วนราชการด้านความมั่นคง จัดการสัมมนาโครงการ " คิดร่วมกัน สรรสร้างข่าว เพื่อความมั่นคง " เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการให้และการนำเสนอข่าวสาร อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อสังคมไทย
      3. กระทรวงกลาโหม เน้นความร่วมมือในการตอบแทนกลับคืนทางเศรษฐกิจแห่งชาติ เตรียมการจัดทำแผนและโครงการระยะยาว ๑๐ ปี ในการพัฒนาความต้องการด้านต่างๆ บนพื้นฐาน ของผลประโยชน์ต่อประชาชนและชาติอย่างสูงสุด
      4. การแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกคนใหม่

    ๑. กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพโดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยทหารในพื้นที่เสี่ยงภัย ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มความสามารถ สามารถแก้ไขปัญหาและลดความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง

    ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ตามที่ได้เกิดอุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง รวมจำนวน ๒๐ จังหวัด ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยทหารในพื้นที่เสี่ยงภัย ระดมความช่วยเหลือและบรรเทาความเสียหายอย่างเต็มความสามารถ ด้วยการใช้กำลังพล รถยนต์บรรทุก เรือท้องแบน เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบิน ดำเนินการตลอด ๒๔ ชั่วโมง ผลการดำเนินการดังนี้
    - กองทัพบก โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ ๒๔ (พื้นที่กองทัพภาคที่ ๒) -ชุดเรือท้องแบน ๘ ลำพร้อมรถยนต์บรรทุก ๔ คัน,ชุดขนย้ายประชาชน ๒๖ ชุด, ชุดปฐมพยาบาล ๒ ชุด จัดในพื้นที่จังหวัดหนองคาย, ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองพลพัฒนาที่ ๓, กองพลทหารม้าที่ ๑ (พื้นที่กองทัพภาคที่ ๓) ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก จัดรถยนต์บรรทุกและเรือท้องแบนพร้อมแจกถุงยังชีพ
    - กองทัพเรือ โดยหน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขง จัดกำลังพลพร้อมด้วยรถยนต์บรรทุก ๘ คัน เรือท้องแบน ๒๑ ลำ เรือจู่โจมลำน้ำเครื่องยนต์ติดท้าย ๑๔ ลำ ช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัดหนองคาย, จังหวัดเชียงราย, จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งการแจกจ่ายเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็นและยารักษาโรค
    สำหรับการช่วยเหลือภายหลังน้ำลด ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยทหารในพื้นที่จะได้ประสานและเตรียมการต่อไปโดยเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูบูรณะและพัฒนาให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

    ๒. ส่วนราชการด้านความมั่นคง ประกอบด้วยกระทรวงกลาโหม, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการต่างประเทศ, สภาความมั่นคงแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดโครงการสัมมนา" คิดร่วมกัน สรรสร้างข่าว เพื่อความมั่นคง " ณ ห้องจามจุรี ๒ สโมสรกองทัพบก สี่เสาเทเวศร์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๕ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.

    โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กรุณาเป็นประธานในพิธีเปิด เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา และกล่าวปาฐกถาพิเศษ จากนั้นจะเป็นการอภิปรายของผู้ทรงคุณวุฒิ จากส่วนราชการ, นักวิชาการ และสื่อมวลชน ช่วงบ่ายจะเป็นการสัมมนากลุ่มย่อย ๓ กลุ่ม โดยเน้นประเด็นการให้ข่าวของส่วนราชการและการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในสภาวะปกติ, สภาวะวิกฤต และสภาวะสถาปนาความมั่นคง(หลังวิกฤต) ทั้งนี้ การนำเสนอข่าว สื่อมวลชนควรพิจารณาถึงความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ การสัมมนาในครั้งนี้จะเป็นการระดมความร่วมมือในการพัฒนาการให้และการนำเสนอข่าวสาร รวมทั้งการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานร่วมกันในโอกาสต่อไป

    ๓. ความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการการตอบแทนกลับคืนทางเศรษฐกิจแห่งชาติ (กรณีความร่วมมือกับรัฐบาลสหราชอาณาจักร)

    ในเรื่องดังกล่าว กำหนดจัดประชุมสรุปผลครั้งสุดท้ายเพื่อให้ได้ความชัดเจน และความเหมาะสมของโครงการนำร่องในวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๕ โดยโครงการนำร่องต่างๆ ประกอบด้วย
    โครงการ Smart School, โครงการให้ความช่วยเหลือด้านการจัดสร้างที่พักอาศัยราคาถูก โครงการให้ความช่วยเหลือในด้านบริการสาธารณสุข ( E-Health), โครงการให้ความช่วยเหลือด้านโครงการฝึกบินในลักษณะ offset Program, โครงการนโยบายการเงินและการคลัง และโครงการด้านการส่งเสริมการเกษตรและอุตสาหกรรม เป็นต้น
    อนึ่ง ความสำเร็จของโครงการการตอบแทนกลับคืนทางเศรษฐกิจแห่งชาติ จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนไทย ในด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี รวมทั้งการพัฒนากองทัพไทยให้มีความพร้อมรบและทันสมัย

    ๔. การแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกคนใหม่

    ที่ประชุมสภากลาโหมเห็นชอบตามที่สมาชิกสภากลาโหมเสนอแต่งตั้ง พลเอกทสรฐ เมืองอ่ำ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกคนใหม่ แทนพลเอกเฉลิมพล เจริญยิ่ง ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นไป ทั้งนี้พลเอกเฉลิมพล ฯ จะได้ย้ายไปรับตำแหน่งที่สูงขึ้น
    อนึ่งพลเอกทสรฐ ฯ เป็นนายทหารที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นผู้เสียสละเพื่อชาติ บ้านเมืองมาในอดีต รวมทั้งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญรามรามาเข็มกล้ากลางสมร เป็นเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูล


    Backย้อนกลับ Up บน