Minister of  Defence
*
เพื่อให้กระทรวงกลาโหม สามารถปฏิบัติภารกิจ ที่รับผิดชอบ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.กห. จึงกำหนด นโยบาย ๕ ประการ ให้ทุกส่วนราชการของ กห. นำไปปฏิบัติ

คณะกรรมการแห่งชาติศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระ ฯ
ประชุมปรึกษาหารือ เตรียมการลงนาม ในบันทึกข้อตกลงกับภาคเอกชน

เมื่อวันศุกร์ที่ ๙ ส.ค.๔๕ เวลา ๑๐๐๐ ณ ห้องภาณุรังษี ในศาลาว่าการกลาโหม ในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติ การศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและสังคม ได้ประชุมปรึกษาหารือคณะทำงานในโครงการดังกล่าว เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ถูกต้อง โดยยึดถือผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้ภาคเอกชนหลายบริษัทได้ให้ความสนใจพร้อมให้การสนับสนุนเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
โครงการดังกล่าว ถือว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต วัตถุประสงค์ในการจัดทำโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระขั้นสมบูรณ์ (Full Feasibility study) เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการขุดคลองเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิค ในบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย พร้อมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรม และพาณิชยกรรมในบริเวณสองฝั่งแนวคลองตัดผ่าน เช่น โครงการท่าเรือน้ำลึกทางฝั่งตะวันออก, ท่าเรือน้ำลึกทางฝั่งตะวันตก โครงการรถไฟฟ้ารางเดียว เส้นทางหลวงสายตะวันออก - ตะวันตก โครงการโรงกลั่นน้ำมัน และถังเก็บน้ำมัน รวมทั้งโครงการจัดหาแหล่งน้ำ และไฟฟ้าสำหรับใช้ในโครงการ รวมถึงการก่อสร้างต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมในประเทศไทย ตลอดจนภาคพื้นเอเซีย - แปซิฟิค
คณะกรรมการแห่งชาติ ฯ ตระหนักถึงความสำคัญในภาระหน้าที่ ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้น ได้จัดการประชุม ปรึกษาหารือคณะทำงานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การลงนามในบันทึกข้อตกลงกับภาคเอกชนในโอกาสต่อไป เป็นไปอย่างถูกต้อง ปราศจากภาระและข้อผูกพันใด ๆ ต่อรัฐบาล แต่จะต้องเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน


การประชุมกรรมการแห่งชาติศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระ

            ตามมติ ครม. ที่อนุมัติหลักการให้จัดทำโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการขุดคลองกระ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและสังคม ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่อให้ได้ข้อยุติว่าโครงการนี้มีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใดและคุ้มค่าหรือไม่

            คณะกรรมการแห่งชาติ ฯ และหน่วยงานรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาอีกเป็นจำนวนมาก ที่ประสงค์จะให้ความร่วมมือช่วยเหลือโครงการนี้ จะได้ร่วมกันศึกษาให้ครอบคลุมในทุกด้าน
            การลงทุนของรัฐบาลในภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ในภาวะที่ยากลำบากพอสมควร การถดถอยในเรื่อง Finance Direct Imvesment จะมีผลกระทบต่อการศึกษาโครงการนี้ ดังนั้น การลงทุนจึงน่าจะเป็นการลงทุนจากนักลงทุน หรือสถาบันการลงทุนจากต่างประเทศ การนี้จะนำโครงการนี้ไปชักชวนต่างชาติให้มาลงทุน จำเป็นต้องใช้กลุ่มผู้ทำงานที่มีความชำนาญในด้านนี้โดยเฉพาะ
            เรื่องของประชาชนก็มีความสำคัญมาก ประเด็นในเรื่องสิ่งแวดล้อม การรักษาธรรมชาติ อันจะเกิดผลกระทบจากการขุดคลองกระนั้นเป็นปัญหาเกิดจากการต่อสู้กันทางความคิด ประชาชนส่วนหนึ่งมีความรู้สึกว่า การใช้วิถีทางในการพัฒนาประเทสแบบเดิม ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คงจะไม่ได้ผลแล้ว เพราะช่องว่างของรายได้ะหว่างคนจนกับคนรวยยังไม่หมดไป และยังมีแนวโน้มขึ้นตามลำดับ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งมีความเห็นว่า ถ้ามีการจัดการที่ดีแล้ว ก็น่าจะแก้ปัญหานี้ได้ เช่น กรณีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าที่บ้านหินกรูด หรือบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โครงการวางท่อกาซที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งกำลังเป็นปัญหาอยู่ การประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจ และทำประชาพิจารณ์ จะเป็นหัวใจในการดำเนินงาน ต้องเข้าไปสัมผัสให้รู้สึกที่แท้จริงของประชาชน และดำเนินการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกัน
            ที่ประชุมมีมติดังนี้
            ๑.  เพิ่มเติมและปรับปรุงเจ้าหน้าที่คณะกรรมการแห่งชาติ ฯ ให้มากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมการศึกษาในทุก ๆ ด้าน
            ๒.  จะมีอนุกรรมการอีกหลายคณะที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาให้ครอบคลุมในทุกด้าน
            ๓.  จักตั้งอนุกรรมการร่าง Tor ให้แล้วเสร็จ
            ๔.  จัดส่งคณะทำงานที่มีความชำนาญในการไปติดต่อประสานกับนักลงทุน หรือสถาบันการลงทุนต่างประเทศ ในเรื่อเงินทุนที่จะทำการสึกษาโครงการ ฯ

 

----------------------------------


Up บน