Minister of  Defence
*
เพื่อให้กระทรวงกลาโหม สามารถปฏิบัติภารกิจ ที่รับผิดชอบ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.กห. จึงกำหนด นโยบาย ๕ ประการ ให้ทุกส่วนราชการของ กห. นำไปปฏิบัติ

การแถลงข่าวผลการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพฯ
ณ ห้องแถลงข่าวกองบัญชาการกองทัพบก
เมื่อ ๑๒ ธ.ค.๔๕ เวลา ๑๒.๐๐ น.

พลโท พิศณุ อุไรเลิศ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร แถลงผลการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ ๖/๒๕๔๕ ว่ามีเรื่องที่สำคัญดังนี้
เรื่องที่ ๑ สถานการณ์ชายแดนทั่วไปที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์สำคัญ บริเวณชายแดนที่กระทบต่อความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่มีการประสานงาน และพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ จึงทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงบริเวณชายแดนในระดับที่น่าพอใจ สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทยพม่า ที่ผ่านมามีการประชุม ทีบีซี. ๒ ครั้ง ปัจจุบัน ทีบีซี. นั้นถือว่าเป็นองค์กรระดับล่างสุด ที่ได้มีการประชุมกัน เพื่อที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กันระหว่างพื้นที่ชายแดน ผลการประชุมทั้ง ๒ ครั้งนั้น ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ตกลงที่จะร่วมมือกันกวดขัน การปราบปรามยาเสพติดบริเวณชายแดน และจะมีการประสานงาน ก่อนที่จะมีการลาดตระเวณพื้นที่ชายแดนทุกครั้งเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด รวมทั้งจะมีการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กันในพื้นที่ให้บ่อยขึ้น ร่วมกันให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น สำหรับการประชุม อาร์บีซี. ซึ่งเป็นการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ครั้งที่ ๒๐ โดยมีพม่าเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม จะประชุมในวันที่ ๒๖ - ๒๘ ธ.ค.๔๕ ที่เมืองเมาะลำใย
เรื่องที่ ๒ นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติหลักการให้ กองทัพไทยจัดกำลังไปดำเนินการเพื่อให้เกิดสันติภาพในอาเจะห์ ซึ่งอยู่ในเกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย ซึ่งหน่วยที่จะจัดกำลังในครั้งนี้คือ กองบัญชาการทหารสูงสุด จึงได้จัดนายทหารระดับ พลตรี คือ พลตรี ทนงศักดิ์ ตุวินันท์ เลขานุการกองบัญชาการทหารสูงสุด ไปทำหน้าที่คณะทูตอาวุโส โดยเป็นผู้สังเกตุการณ์เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างขบวนการแบ่งแยกดินแดนอาเจะห์ กับรัฐบาลอินโดฯ ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติงานในวันที่ ๑๖ ธ.ค.นี้
เรื่องที่ ๓ คือการฝึกคอบร้าโกลด์ ๐๓ ครั้งที่ ๒๒ จากการฝึกหลายครั้งที่ผ่านมาทำให้มีหลายประเทศให้ความสนใจ และแสดงความจำนงขอเข้าร่วมการฝึกด้วย กองบัญชาการทหารสูงสุดจึงร่วมกับเหล่าทัพกำหนดกรอบแนวทางการพิจารณาประเทศที่จะเข้าร่วมการฝึกด้วย และปีนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็ได้อนุมัติในหลักการให้เชิญประเทศมาเลเซีย มาเข้ารับการฝึกด้วย นอกจากประเทศสิงคโปร์ จึงได้มีการกำหนดว่าต่อไปการฝึกในระดับพหุภาคีจะต้องมีประเทศที่เข้ารับการฝึกไม่เกิน ๕ ประเทศ
เรื่องที่ ๔ จากการที่กองทัพได้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ๗๑ จังหวัด ซึ่งขณะนี้ปัญหาอุทกภัยได้ลดลงทำให้ทุกพื้นที่เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้ทำการฟื้นฟูภายหลังน้ำลด โดยให้กองทัพมีส่วนร่วม นอกจากนั้นทางกระทรวงคมนาคมประสานกับกองทัพไทยจะขอให้กองบัญชาการทหารสูงสุด และกองทัพบก จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยซ่อมแซมผิวจราจรตามเส้นทางต่างๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแบ่งงานว่าจะให้กองทัพบกกี่เส้นทาง และให้กองบัญชาการทหารสูงสุดกี่เส้นทาง ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนนั้น หลังจากที่กองบัญชาการทหารสูงสุดได้เข้าช่วยกรุงเทพมหานคร ในการขุดลอกคูคลอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ๔๔ คลอง ซึ่งผลการดำเนินงานก็ทำให้การระบายน้ำเป็นไปด้วยดี ทำให้น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทางกรุงเทพฯ จึงได้ประสานมาทางกองบัญชาการทหารสูงสุด ให้ช่วยขุดอีกจำนวน ๑๖๘ คลอง
เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กล่าวถึง ความคืบหน้าในการส่งกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทยไปอัฟกานิสถาน เพื่อไปซ่อมเส้นทางรันเวย์ทางวิ่งของสนามบินบาแกรม ขณะนี้มีความคืบหน้าโดยมีการพิจารณาตัวบุคคลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการเดินทางเข้าพื้นที่นั้น กำลังพลจะเดินทางโดยเครื่องบิน ซี. ๑๓๐ ของกองทัพอากาศ ไปที่อินเดีย และต่อไปที่สนามบินบาแกรม ส่วนเครื่องมือยุทโธปกรณ์ที่จะใช้ในการซ่อมแซมทางวิ่งนั้น ทางญี่ปุ่นจะส่งมาที่ประเทศไทย เพื่อให้เราขนส่งต่อไป

 

----------------------------------


Up บน