Minister of  Defence
*
เพื่อให้กระทรวงกลาโหม สามารถปฏิบัติภารกิจ ที่รับผิดชอบ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.กห. จึงกำหนด นโยบาย ๕ ประการ ให้ทุกส่วนราชการของ กห. นำไปปฏิบัติ
ชี้แจง

ความเป็นมาและการดำเนินการของโครงการ ALPHA JET

ตามแผนโครงสร้างกองทัพไทยปี ๒๕๔๐ - ๒๕๔๕ กองทัพอากาศต้องปรับลดความต้องการกำลังรบจาก ๓๖ ฝูงบิน ให้เหลือ ๒๔ ฝูงบิน เพื่อให้สอดคล้องกับ งบประมาณที่ถูกตัดลงตามวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ แต่กองทัพอากาศก็ยังมีเครื่องบิน ไม่เพียงพอที่จะใช้สนับสนุนภารกิจทางยุทธการ ตามแผนการปรับลดกำลังรบ เพราะเครื่องบินที่กองทัพอากาศมีประจำการ เช่น บ.จ.๔ (OV - 10) และ บ.จธ.๒ (AU - 23 A) จะครบอายุการใช้งาน ต้องปลดประจำการในอีก ๒ - ๓ ปีข้างหน้า ดังนั้นกองทัพอากาศ จึงจำเป็นต้องจัดหาเครื่องบิน ขับไล่/โจมตี ที่มีสมรรถนะเท่ากัน หรือดีกว่ามาทดแทน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของกำลังรบ ของกองทัพอากาศ
ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ กระทรวงกลาโหมเยอรมนี ได้เสนอขายเครื่องบิน ALPHA JET ให้กองทัพอากาศ ในราคามิตรภาพ (SYMBOLIC PRICE) เนื่องจากกองทัพอากาศเยอรมนี ปลดประจำการเครื่องบิน ALPHA JET เพื่อลดขนาดของกองทัพ และได้เก็บรักษาไว้ในสภาพดีมาก ตรงกับความต้องการจัดหาเครื่องบินทดแทนเครื่องบิน OV - 10 และ AU - 23 A ซึ่งต่อมา เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้อนุมัติหลักการให้กองทัพอากาศ จัดซื้อเครื่องบิน ALPHA JET จาก รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้ จำนวน ๕๐ เครื่อง ในลักษณะจัดซื้อแบบ รัฐบาลต่อรัฐบาล โดยให้ใช้งบประมาณของกองทัพอากาศดำเนินการ
ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ ให้กองทัพอากาศ จัดซื้อเครื่องบิน ALPHA JET แบบรัฐบาลต่อรัฐบาล จากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้ จำนวน ๒๕ เครื่อง ตามกำลังงบประมาณ ที่กองทัพอากาศสามารถสนับสนุนได้ โดยให้ทำการปรับสภาพเครื่องบิน ให้บินได้ตามมาตรฐาน AIR WORTHINESS ของเยอรมนี จำนวน ๒๐ เครื่อง และเก็บไว้เป็นอะไหล่ จำนวน ๕ เครื่อง วงเงินจัดซื้อ ๖๒,๔๓๐,๒๕๐ ด็อยช์มาร์ค หรือประมาณ ๑,๒๘๖,๕๖๒,๕๙๒ บาท
ในการจัดซื้อครั้งนี้ ได้จัดทำการค้าต่างตอบแทน (COUNTER TRADE) ตามมติคณะรัฐมนตรีด้วย ต่อจากนั้นเมื่อ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๒ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ร่วมลงนามในข้อตกลง (Agreement) จัดซื้อเครื่องบิน ALPHA JET จำนวน ๒๕ เครื่อง กับ Mr.Herman Erath เอกอัคราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย และรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้ลงนามแทนรัฐบาลไทย ว่าจ้างให้ บริษัท FAIRCHILD DORNEIR เป็นผู้ดำเนินการปรับคืนสภาพเครื่องบิน และเครื่องยนต์ให้สามารถทำการบินได้ ตามมาตรฐาน AIR WORTHINESS ของเยอรมนี เนื่องจากบริษัท FAIRCHILD DORNEIR เป็นบริษัทผู้ผลิต มีเจ้าหน้าที่เทคนิคและมีขีดความสามารถ ในการดำเนินการปรับคืนสภาพได้ โดยกระทรวงกลาโหมเยอรมนี รับผิดชอบจัดส่ง เจ้าหน้าที่เทคนิค มาควบคุมกำกับดูแลการปรับคืนสภาพเครื่องบินให้ได้มาตรฐาน แทนกองทัพอากาศด้วย ซึ่งสัญญาการดำเนินการดังกล่าว บริษัท FAIRCHILD DORNEIR จะต้องดำเนินการปรับคืนสภาพเครื่องบิน ให้แล้วเสร็จทั้ง ๒๐ เครื่อง ภายในเดือน กันยายน ๒๕๔๔ รวมทั้งการฝึกนักบินและเจ้าหน้าที่เทคนิคแต่ละสาขา ให้สามารถทำการซ่อมบำรุงเครื่องบินขั้นฝูงบินได้ จำนวน ๘ หลักสูตร รวมจำนวน ๗๐ คน
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมเยอรมนี ได้มอบอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้น สำหรับการซ่อมบำรุงขั้น ฝูงบิน และขั้นกลางบางส่วนให้กองทัพอากาศ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ ๒๘๖ ล้านบาทเศษ และพร้อมจะขายพัสดุที่มีในคลัง ที่จำเป็นต้องใช้ในการปรับสภาพเครื่องบิน/เครื่องยนต์ ให้บริษัท FAIRCHILD DORNIER นำไปใช้ในการปรับสภาพเครื่องบิน ในราคาต่ำสุดด้วย

การส่งมอบเครื่องบิน ALPHA JET

ขณะนี้การดำเนินการที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลทั้งสอง เมื่อ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๒ ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมกับได้รับพัสดุอุปกรณ์สนับสนุน บรรณสารเทคนิคที่จำเป็น ในการซ่อมบำรุงเครื่องบิน ที่เป็น SPARE WINNERS จำนวน ๕ เครื่อง รวมทั้งการ ฝึกอบรมนักบิน และเจ้าหน้าที่เทคนิคตามโครงการแล้ว และกองทัพอากาศได้รับเครื่องบิน ALPHA JET ครบตามโครงการฯ จำนวน ๒๐ เครื่อง คือได้รับเครื่องบินชุดที่ ๑ จำนวน ๕ เครื่องแรก โดยนักบินของกองทัพอากาศ ได้บินเดินทางจากประเทศเยอรมนี มาถึงกองทัพอากาศ และได้มีพิธีรับเครื่องบิน เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๓ พร้อมกับเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมอย่างใกล้ชิด ุดที่ ๒ จำนวน ๗ เครื่อง ได้ส่งมอบทางเรือ เดินทางถึง ฐานทัพเรือสัตหีบ (อู่ตะเภา) เมื่อเดือน พฤษภาคม ๒๕๔๔ และชุดที่ ๓ จำนวน ๘ เครื่อง เดินทางถึงเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๔ี


Up บน