คำชี้แจงกระทรวงกลาโหม
๑. ตามที่ได้มีข่าววิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ โดยวิธีพิเศษของกระทรวงกลาโหมว่า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อนุมัติทิ้งทวนงบประมาณปี ๔๔ "ชง - อนุมัติ"
วันเดียวเรียบร้อย ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
๒. กระทรวงกลาโหม ขอเรียนชี้แจงเพื่อความเข้าใจดังนี้
๒.๑ การจัดหาที่ตกเป็นข่าวดังกล่าว กองทัพได้รับอนุมัติงบประมาณจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
๔๔ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๔๔ และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ให้กองทัพก่อหนี้ผูกพันงบประมาณข้ามปีได้
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๓
๒.๒ ภายหลังจากที่กองทัพไดัรับอนุมัติดังกล่าว กองทัพก็ได้ดำเนินการตามกระบวน
และขั้นตอนของระเบียบแบบแผนที่ทางราชการกำหนดเรื่อยมา โดยนำงบประมาณที่ได้รับความต้องการไว้แล้ว
กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของยุทโธปกรณ์ กำหนดหน่วยรับผิดชอบดำเนินการ
กำหนดวงเงินที่จะให้หน่วยใช้สำหรับการดำเนินจัดหา
๒.๓ เมื่อหน่วยที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดำเนินการจัดหา ได้รับทราบความต้องการของหน่วยใช้
คุณลักษณะเฉพาะของยุทโธปกรณ์ที่จะจัดหา วงเงินที่จะใช้แล้ว หน่วยก็จะดำเนินการจัดหาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตร
ีว่าด้วยการพัสดุ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้
- เสนอคำขออนุมัติแผนจัดหาไปยังกองทัพ
- อนุมัติหลักการให้ดำเนินจัดหาด้วยวิธีอะไร เช่น วิธีประกวดราคา, วิธีพิเศษ,
วิธีกรณีพิเศษ, วิธี FMS หรือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล ซึ่งการกำหนดวิธีจัดหาจะขึ้นอยู่กับชนิดของพัสดุที่จะทำการจัดหานั้น
ๆ แต่ทั้งนยี้ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบ และหรือข้อบังคับ
- แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการ
- ตรวจสอบ เจรจากับผู้เสนอราคา แล้วคัดเลือก
- รายงานผลดำเนินการไปยังหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของเรื่อง จนถึงกองทัพ
- ตรวจสอบวงเงินที่จะใช้ในการจัดหา แล้วรายงานขออนุมัติซื้อ/จ้างไปยังผู้มีอำนาจอนุมัติตามที่ระเบียบ
และหรือคำสั่งระบุอำนาจหน้าที่ไว้
๒.๔ สำหรับอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติซื้อ/จ้าง กระทรวงกลาโหมได้มีคำสั่งระดับต่าง
ๆ มีอำนาจอนุมัติซื้อ/จ้างได้ในขอบเขตดังนี้
|
วิธีประกวดราคา
|
วิธีพิเศษ
|
FMS
|
G
to G
|
|
ทัพผู้บัญชาการเหล่าทัพ
|
ไม่เกิน
๘๐ ล้านบาท
|
ไม่เกิน
๔๐ ล้านบาท
|
ไม่จำกัด
|
ไม่เกิน
๑๐๐ ล้านบาท
|
|
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
|
ไม่เกิน
๑๐๐ ล้านบาท
|
ไม่เกิน
๕๐ ล้านบาท
|
-
|
ไม่เกิน
๑๒๕ ล้านบาท
|
|
สมุหราชองครักษ์
|
ไม่เกิน
๑๐๐ ล้านบาท
|
ไม่เกิน
๕๐ ล้านบาท
|
-
|
ไม่เกิน
๑๒๕ ล้านบาท
|
|
ปลัดกระทรวงกลาโหม
|
ไม่เกิน
๑๐๐ ล้านบาท
|
ไม่เกิน
๕๐ ล้านบาท
|
-
|
ไม่เกิน
๑๒๕ ล้านบาท
|
|
รมว.กห.
|
เกิน
๑๐๐ ล้านบาท
|
เกิน
๕๐ ล้านบาท
|
-
|
ไม่เกิน
๑๒๕ ล้านบาท
|
๒.๕ จากขอบเขตวิธีการและอำนาจอนุมัติซื้อ/จ้าง ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
ในส่วนการจัดหาที่เสนอเรื่องขึ้นมาเพื่อขออนุมัติต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
จะต้องผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดมาจากหน่วยเจ้าของเรื่อง
กรมฝ่ายอำนวยการส่งกำลังบำรุง ตลอดจนกองทัพ และกองบัญชาการทหารสูงสุด
เมื่อมาถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นฝ่ายอำนวยการประสานงานของ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงต้องการตรวจสอบรายละเอียด ขั้นตอนการดำเนินการ
หลักฐานเอกสารประกอบการอนุมัติอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนสรุปนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อพิจารณาอนุมัติการซื้อ/จ้างของกองทัพต่อไป
๒.๖ ตามที่ได้เรียนให้ทราบระบบการทำงานของกองทัพ และส่วนราชการต่าง
ๆ ภายในกระทรวงกลาโหมแล้ว จะเห็นว่ากระทรวงกลาโหม มีการทำงานอย่างเป็นระบบ
เป็นขั้นตอน มีการตรวจสอบการทำงานในแตะละจุดซ้ำแล้วซ้ำอีก จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามสายการบังคับบัฐชา
จึงมีระยะเวลาในการดำเนินการค่อนข้างยาว ซึ่งทีผ่านมาทุกปีการจัดซื้อ/จ้าง
ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก และโดยเฉพาะที่เป็นการจัดการยุทโธปกรณ์เพื่อป้องกันประเทศ
ที่อำนาจในการอนุมัติซื้อ/จ้าง อยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กองทัพจะนำเสนอเรื่องมาเพื่อขออนุมัติในเดือนสิงหาคม
และกันยายน เป็นส่วนใหญ่ จากการตรวจสอบในปีงบประมาณ ๔๓ หน่วยเสนอเรื่องขออนุมัติในห้วงระยะเวลาดังกล่าวประมาณ
๒๑ เรื่อง และในปี ๔๔ ประมาณ ๑๙ เรื่อง
๓. ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามอนุมัติซื้อยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพภายในวันเดียวนั้น
ขอเรียนว่า ระยะเวลาที่เหล่าทัพเสนอเรื่องตามสายงานการบังคับบัญชา ผ่านกองบัญชาการทหารสูงสุด
สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ใกล้ห้วงเวลาสิ้นสุดปีงบประมาณแล้ว (๒๘ ก.ย. ๔๔)
ซึ่งเมื่อเอกสารหลักฐานถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของทางราชการกำหนด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ต้องอนุมัติให้จัดหา/มิเช่นนั้น จะเกิดความเสียหายแก่เหล่าทัพ ที่ไม่สามารถดำเนินการจัดหา
และผูกพันงบประมาณได้ภายในปีงบประมาณ ทำให้ต้องเตรียมการร้องขอ
รับการสนับสนุนงบประมาณใหม่ในปีต่อไป
และที่สำคัญยิ่งคือ การเตรียมความพร้อมในการป้องกันประเทศ ตามแผนเสริมสร้างกำลังกองทัพ
ที่ต้องปรับแผนความพร้อมใหม่ ตามงบประมาณที่จะได้รับในโอกาสต่อไป