Minister of  Defence
*
เพื่อให้กระทรวงกลาโหม สามารถปฏิบัติภารกิจ ที่รับผิดชอบ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.กห. จึงกำหนด นโยบาย ๕ ประการ ให้ทุกส่วนราชการของ กห. นำไปปฏิบัติ
ชี้แจง



คำชี้แจงกระทรวงกลาโหม

            ๑.  ตามที่ได้มีข่าววิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ โดยวิธีพิเศษของกระทรวงกลาโหมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อนุมัติทิ้งทวนงบประมาณปี ๔๔ "ชง - อนุมัติ"  วันเดียวเรียบร้อย ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
            ๒.  กระทรวงกลาโหม ขอเรียนชี้แจงเพื่อความเข้าใจดังนี้
                    ๒.๑  การจัดหาที่ตกเป็นข่าวดังกล่าว กองทัพได้รับอนุมัติงบประมาณจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๔๔  ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๔๔ และผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ให้กองทัพก่อหนี้ผูกพันงบประมาณข้ามปีได้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๓
                    ๒.๒  ภายหลังจากที่กองทัพไดัรับอนุมัติดังกล่าว กองทัพก็ได้ดำเนินการตามกระบวน และขั้นตอนของระเบียบแบบแผนที่ทางราชการกำหนดเรื่อยมา โดยนำงบประมาณที่ได้รับความต้องการไว้แล้ว กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของยุทโธปกรณ์  กำหนดหน่วยรับผิดชอบดำเนินการ  กำหนดวงเงินที่จะให้หน่วยใช้สำหรับการดำเนินจัดหา
                    ๒.๓  เมื่อหน่วยที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดำเนินการจัดหา ได้รับทราบความต้องการของหน่วยใช้ คุณลักษณะเฉพาะของยุทโธปกรณ์ที่จะจัดหา วงเงินที่จะใช้แล้ว หน่วยก็จะดำเนินการจัดหาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตร ีว่าด้วยการพัสดุ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้
                            -  เสนอคำขออนุมัติแผนจัดหาไปยังกองทัพ
                            -  อนุมัติหลักการให้ดำเนินจัดหาด้วยวิธีอะไร เช่น วิธีประกวดราคา, วิธีพิเศษ, วิธีกรณีพิเศษ,  วิธี FMS หรือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล ซึ่งการกำหนดวิธีจัดหาจะขึ้นอยู่กับชนิดของพัสดุที่จะทำการจัดหานั้น ๆ แต่ทั้งนยี้ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบ และหรือข้อบังคับ
                            -  แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการ
                            -  ตรวจสอบ เจรจากับผู้เสนอราคา แล้วคัดเลือก
                            -  รายงานผลดำเนินการไปยังหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของเรื่อง จนถึงกองทัพ
                            -  ตรวจสอบวงเงินที่จะใช้ในการจัดหา แล้วรายงานขออนุมัติซื้อ/จ้างไปยังผู้มีอำนาจอนุมัติตามที่ระเบียบ และหรือคำสั่งระบุอำนาจหน้าที่ไว้
                    ๒.๔  สำหรับอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติซื้อ/จ้าง  กระทรวงกลาโหมได้มีคำสั่งระดับต่าง ๆ มีอำนาจอนุมัติซื้อ/จ้างได้ในขอบเขตดังนี้

วิธีประกวดราคา
วิธีพิเศษ
FMS
G to G
ทัพผู้บัญชาการเหล่าทัพ
ไม่เกิน ๘๐ ล้านบาท
ไม่เกิน ๔๐ ล้านบาท
ไม่จำกัด
ไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ไม่เกิน  ๑๐๐ ล้านบาท
ไม่เกิน  ๕๐ ล้านบาท
-
ไม่เกิน  ๑๒๕ ล้านบาท
สมุหราชองครักษ์
ไม่เกิน  ๑๐๐ ล้านบาท
ไม่เกิน  ๕๐ ล้านบาท
-
ไม่เกิน  ๑๒๕ ล้านบาท
ปลัดกระทรวงกลาโหม
ไม่เกิน  ๑๐๐ ล้านบาท
ไม่เกิน  ๕๐ ล้านบาท
-
ไม่เกิน  ๑๒๕ ล้านบาท
รมว.กห.
เกิน ๑๐๐ ล้านบาท
เกิน  ๕๐ ล้านบาท
-
ไม่เกิน  ๑๒๕ ล้านบาท

                    ๒.๕  จากขอบเขตวิธีการและอำนาจอนุมัติซื้อ/จ้าง  ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ในส่วนการจัดหาที่เสนอเรื่องขึ้นมาเพื่อขออนุมัติต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
จะต้องผ่านการตรวจสอบโดยละเอียดมาจากหน่วยเจ้าของเรื่อง  กรมฝ่ายอำนวยการส่งกำลังบำรุง  ตลอดจนกองทัพ และกองบัญชาการทหารสูงสุด เมื่อมาถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม  ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นฝ่ายอำนวยการประสานงานของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงต้องการตรวจสอบรายละเอียด ขั้นตอนการดำเนินการ หลักฐานเอกสารประกอบการอนุมัติอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ก่อนสรุปนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อพิจารณาอนุมัติการซื้อ/จ้างของกองทัพต่อไป
                    ๒.๖  ตามที่ได้เรียนให้ทราบระบบการทำงานของกองทัพ และส่วนราชการต่าง ๆ ภายในกระทรวงกลาโหมแล้ว จะเห็นว่ากระทรวงกลาโหม มีการทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นตอน มีการตรวจสอบการทำงานในแตะละจุดซ้ำแล้วซ้ำอีก จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามสายการบังคับบัฐชา จึงมีระยะเวลาในการดำเนินการค่อนข้างยาว ซึ่งทีผ่านมาทุกปีการจัดซื้อ/จ้าง ที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก และโดยเฉพาะที่เป็นการจัดการยุทโธปกรณ์เพื่อป้องกันประเทศ ที่อำนาจในการอนุมัติซื้อ/จ้าง อยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กองทัพจะนำเสนอเรื่องมาเพื่อขออนุมัติในเดือนสิงหาคม และกันยายน เป็นส่วนใหญ่ จากการตรวจสอบในปีงบประมาณ ๔๓ หน่วยเสนอเรื่องขออนุมัติในห้วงระยะเวลาดังกล่าวประมาณ ๒๑ เรื่อง และในปี ๔๔ ประมาณ ๑๙ เรื่อง
            ๓.  ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามอนุมัติซื้อยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพภายในวันเดียวนั้น ขอเรียนว่า ระยะเวลาที่เหล่าทัพเสนอเรื่องตามสายงานการบังคับบัญชา ผ่านกองบัญชาการทหารสูงสุด สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ใกล้ห้วงเวลาสิ้นสุดปีงบประมาณแล้ว (๒๘ ก.ย. ๔๔)  ซึ่งเมื่อเอกสารหลักฐานถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของทางราชการกำหนด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องอนุมัติให้จัดหา/มิเช่นนั้น จะเกิดความเสียหายแก่เหล่าทัพ ที่ไม่สามารถดำเนินการจัดหา และผูกพันงบประมาณได้ภายในปีงบประมาณ ทำให้ต้องเตรียมการร้องขอ
รับการสนับสนุนงบประมาณใหม่ในปีต่อไป และที่สำคัญยิ่งคือ การเตรียมความพร้อมในการป้องกันประเทศ ตามแผนเสริมสร้างกำลังกองทัพ ที่ต้องปรับแผนความพร้อมใหม่ ตามงบประมาณที่จะได้รับในโอกาสต่อไป



Up บน