Minister of  Defence
*
เพื่อให้กระทรวงกลาโหม สามารถปฏิบัติภารกิจ ที่รับผิดชอบ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.กห. จึงกำหนด นโยบาย ๕ ประการ ให้ทุกส่วนราชการของ กห. นำไปปฏิบัติ
สารน่ารู้

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
(Greater Mekong subregion Economic Cooperation-GMS)
โดย นายสุพจน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจสัมพันธ์และความร่วมมือ กระทรวงการต่างประเทศ
บรรยายใน การสัมมนาเศรษกิจการเกษตรและการค้าสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ไทย - จีน ครั้งที่ ๒
ณ นครคุนหมิง มณฑลยูนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน


ภูมิหลัง

1) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจขอกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้นภายหลังจากการสิ้นสุดของสงครามเย็น โดยมีปัจจัยส่งเสริมคือความใกล้ชิดกัน ทางสภาพภูมิศาสตร์และแนวพรมแดนที่ติดกัน และที่สำคัญคือการมีเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ เพื่อความกินดีอยู่ดีและกำจัดปัญหาความยากจนของประชาชน รวมทั้งการที่ปัจจุบันประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงเข้ามาเป็นสมาชิกของอาเซียน (เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา)

2) จากสภาพการณ์ดังกล่าว ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 6 ประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วย ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า และจีน (มณฑลยูนาน) ได้ริเริ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region Econimic Cooperation หรือ GMS) โดยมีธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เป็นกลไกผลักดัน เมื่อปี 1992 โดยได้วางกรอบความร่วมมือทั้งหมดด้วยกัน 8 สาขา ได้แก่

    • คมนาคมขนส่ง
    • พลังงาน
    • สื่อสารโทรคมนาคม
    • พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
    • ท่องเที่ยว
    • สิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
    • การค้า
    • การลงทุน

3) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกรอบ GMS มีลักษณะเฉพาะโดยมุ่งเน้นความร่วมมือในด้านกิจกรรมหรือโครงการที่เป็นรูปธรรมภายใต้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐาน (hardware) ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีพรมแดนที่ติดกัน เพื่อสร้าง “growth zone” ในอนุภูมิภาค

4) อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในเอเชีย ได้ส่งผลกระทบต่อโครงการต่างๆ ที่ได้ริเริ่มไว้ ดังนั้น ในการประชุม GMS ครั้งที่ 8 เมื่อเดือนตุลาคม 1997 ที่ประชุมจึงเห็นพ้องกันที่จะต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินงานของ GMS โดยการวางลำดับความสำคัญของโครงการ และจัดสรรเงินลงทุนไปสู่โครงการที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญลำดับแรกกับกลยุทธ์การพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจ (Economic Corridor) ควบคู่ไปกับการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนใน Economic Corridor เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านการผลิต การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในภูมิภาค

เส้นทางที่มีศักยภาพการพัฒนาพื้นที่ Economic Corridor ประกอบด้วย (ดูภาพประกอบที่นี่)
    - East-West Economic Corridor เชื่อมโยง เวียดนาม ลาว ไทย และพม่า เส้นทาง ดานัง-ดองฮา-สะหวันนะเขต-มุกดาหาร-แม่สอด-เมียวดี-เมาะละแหม่ง เป็นโครงการ นำร่อง โดยมีแผนที่จะเสร็จสิ้นในปี 2004 รวมการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 คาดว่าจะเสร็จในปี 2006
    - North-South Economic Corridor แยกเป็น 2 เส้นทาง เส้นทางแรกเชื่อมโยง ไทย ลาว จีน เชียงของ-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น เส้นทางที่สองเชื่อมโยง ไทย พม่า จีน-แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก-เชียงตุง-ต้าหลั่ว

5) นอกจากแนวทางการดำเนินงานในด้าน hardware แล้ว ที่ประชุมยัง เห็นพ้องกันให้เน้นความร่วมมือในด้าน software โดยการเร่งปรับปรุงกฎระเบียบภายในของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุน และกฎระเบียบที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานของโครงการ โดยเฉพาะด้านการขนส่งผ่านแดน/ข้ามแดนที่จะเอื้อต่อการค้าการลงทุนตามแนว corridor การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและการจัดกฎระเบียบให้สอดคล้องกันจะช่วยส่งเสริมภาพพจน์ของ GMS ต่อนักลงทุนจากประเทศที่สามที่มีศักยภาพเพื่อให้เป็น "sub-regional growth zone" และเป็นแหล่งลงทุน และตลาดที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งไทย ลาว และเวียดนามได้ลงนามร่วมกันในความตกลง ว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารแล้ว รวมทั้งตั้งเป้าว่า จะมีการจัดทำร่าง Framework Agreement for the Facilitation of the Cross Border Movement of Goods and People in GMS

6) ความคืบหน้าจากการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและรัฐมนตรี GMS ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2000 ณ กรุงมะนิลา สรุปได้ดังนี้

6.1 แนวทางการพัฒนาในภาพรวมของ GMS ควรจะกำหนดทิศทางการพัฒนาใน 4 ประเด็นหลักคือ

    - การพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจ (Economic Corridor) โดยเน้นการพัฒนาเส้นทางคมนาคมตามแนว East-West Corridors ในส่วนไทย ลาว เวียดนาม ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2004 และเร่งรัดให้มีการเปิดพรมแดนให้มีการเคลื่อนย้ายของประชาชนและสินค้าได้อย่างเสรีมากขึ้น
    - เร่งรัดการพัฒนาพื้นที่ North-South Economic Corridor ให้เป็นรูปธรรมอีกแนวหนึ่ง
    - ความร่วมมือที่จะลดปัญหาความยากจน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และท่องเที่ยว ตลอดจนการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และการปกป้องสิ่งแวดล้อม
    - การขยายโครงการสาธารณูปโภค ให้เข้าถึงพื้นที่ยากจน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และท่องเที่ยว ตลอดจนการดูแลาทรัพยากรธรรมชาติ และการปกป้องสิ่งแวดล้อม
6.2 ความคืนหน้าในสาขาต่างๆ

  • สาขาการคมนาคมขนส่ง

- การพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงทางบก ได้แก่ เส้นทางแนวตะวันออก-ตะวันตก เริ่มมีความก้าวหน้าที่ชัดเจน นอกจากนี้ การสร้างถนนเส้นทางพนมเปญ-โฮจิมินห์ ก็ได้เริ่มงานก่อสร้างแล้วในขณะนี้ และประเทศสมาชิกยังได้ผลักดันให้ ADB ให้ความสำคัญแก่เส้นทาง North-South Corridor คือเส้นทาง เชียงราย-คุนหมิงด้วย เพราะจะช่วยในการเชื่อมโยงเส้นทางใน GMS

- ในด้าน Software ลาว ไทย และเวียดนามได้ลงนามร่วมกันในความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 1999 ณ กรุงเวียง-จันทน์ ซึ่งจะได้มีการจัดทำพิธีสารแนบท้ายและภาคผนวกต่อไป นอกจากนั้นที่ประชุม GMS ยังได้ตั้งเป้าหมายว่าร่าง Framework Agreement for the Facilitation of the Cross-Border Movement of Goods and People in the GMS ที่ ADB ให้ความช่วยเหลือในการจัดทำอยู่นั้นเสร็จแล้วตั้งแต่ปี 2000 และทุกประเทศจะเข้าเป็นภาคีข้อตกลงฯ ภายในปี 2001 และจัดทำร่างพิธีสารที่เกี่ยวข้องให้เสร็จสิ้นภายในปี 2005

- ในส่วนการคมนาคมทางน้ำ ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับความตกลงเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำโขงตอนบน (Agreement on Commercial Navigation on Lancang-Mekong River) ระหว่างไทย พม่า ลาว และจีน ซึ่งปัจจุบันได้มีการลงนามร่วมกันแล้วในเดือนเมษายน 2000 และได้เปิดให้มีการเดินเรืออย่างเป็นทางการไปแล้วที่เชียงรุ่งเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2001

  • สาขาโทรคมนาคม

- การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเชื่อมโยงเคเบิ้ลใยแก้ววงรอบฝั่นตะวันออก (East Loop Project) ระหว่างไทย-กัมพูชา-ลาว-เวียดนาม แล้วเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 1999 และได้เริ่มมีการก่อสร้างเครือข่ายในบางประเทศแล้ว โดยจะให้เสร็จภายในปี 2000-2003 และได้เสนอใหี้การดำเนินโครงการเชื่อมโยง เคเบิ้ลใยแก้ววงรอบด้านตะวันตกและด้านเหนือ เป็นโครงการระยะที่ 2 ในช่วย 2002-2005 โดยจะพยายามให้มีการลงทุนจากภาคเอกชนซึ่งจะเป็นการเร่งรัดพัฒนาในส่วนด้านตะวันตกที่ต่อเนื่องจากแนวพื้นที่ East-West Economic Corridor เพื่อให้มีการกระจายโครงข่ายโทรคมนาคมอย่างทั่วถึงในอนุภูมิภาคให้มากขึ้น

  • สาขาพลังงาน

- ที่ประชุมได้ขอให้ Sub-regional Electric Power Forum (EPF) และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้าน Power Interconnection and Trade ร่วมกับ ADB และธนาคารโลก ช่วยกันร่างพิธีสารว่าด้วยการซื้อขายพลังงานในภูมิภาคโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เป็นพื้นฐานของการซื้อขายไฟฟ้าแบบ (power pooling) และเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเอกชน

การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการสร้างสายส่งไฟฟ้า 500 กิโลวัตต์ ระหว่างน้ำงึม-อุดรธานี ที่จะนำไฟฟ้าจากเขื่อนน้ำงึม 2 และ น้ำงึม 3 เข้าสู่ไทยได้เสร็จสมบูรณ์แล้วภายใต้ความช่วยเหลือทางเทคนิคของ ADB

  • สาขาสิ่งแวดล้อม

- ADB กำลังจัดทำกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Strategic Framework ที่จะระบุถึงความสำคัญของการ แก้ปัญหาในเชิงรุก อาทิ ปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน เช่น การตัดไม้ทำลายป่า และการค้าของป่าผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่รวมข้อควรพิจารณาทางสิ่งแวดล้อมเข้ากับแผนการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โครงการที่กำลังดำเนินการ ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลติดตามด้านสิ่งแวดล้อมในอนุภูมิภาคน้ำโขง (Sub-regional Environmental Monitoring and Information System-SEMIS) ซึ่งโครงการระยะแรกสิ้นสุดไปในเดือนกรกฎาคม 1998 โครงการนี้ได้ช่วยให้ประเทศสมาชิก GMS สามารถพัฒนาจัดการและแบ่งปันฐานข้อมูลเกี่ยวกับสภาพ-แวดล้อม (environmental databases) และสำหรับโครงการ ต่อเนื่อง คือ SEMIS II ได้รับการอนุมัติในเดือนธันวาคม 1999 โครงการ Management and Protection of Critical Wetlands in the Lower Mekong Basin เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 1999 จะมีการตั้งสำนักงานในกัมพูชาและลาวเพื่อประสานงานการเตรียมการจัดทำข้อเสนอการลงทุน (investment proposals) สำหรับพื้นที่บริเวณทะเลสาบเขมร (Tonle Sap) และสีพันดอน (Siphandon) จีนและไทยเสนอว่าการศึกษานี้ควรครอบคลุมสมาชิก GMS ทุกประเทศ

  • สาขาการท่องเที่ยว

- โครงการหลายโครงการมีความก้าวหน้าไปมาก เช่น การส่งเสริมด้านการตลาดร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว การวางแผนการท่องเที่ยวในบริเวณแม่น้ำโขง รวมทั้งมีการปรับปรุงเรื่องพิธีการเข้าเมือง และเพิ่มจำนวนด้านตรวจคนเข้าเมืองตามชายแดนเพื่อส่งเสริมการ ท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบต่อโครงการต่างๆ ดังนี้ Destination Marketing, Sub-regional Events, Training, Management of Natural and Cultural Resources, Mekong/Lancang River Tourism Development, Facilitation of Travel และ Village-based Tourism โดย TWG ได้ตกลงที่จะจัดตั้งคณะทำงานด้านการตลาด (marketing task force) อันประกอบไปด้วยผุ้แทนจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของสมาชิก GMS เพื่อเปิดตลาดการท่องเที่ยวร่วมกัน

- การประชุม Mekong Tourism Forum ในปี 1998 ที่คุนหมิง และในปี 1999 ที่เวียงจันทน์ในปี 2001 ที่คุนหมิง ได้เปิดโอกาสให้มีการเจรจาระหว่างภาครัฐและเอกจนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ความช่วยเหลือจาก ADB และ ททท.ทำให้สามารถจัดการฝึกอบรมด้านการจัดการท่องเที่ยว (Tourism Management) ให้แก่ประเทศสมาชิก มีการจัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวและการลงทุนและพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกริมฝั่งแม่น้ำโขง/ล้านช้าง

  • สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

- โครงการสำคัญที่อยู่ในระหว่างการดำเนินงาน คือ ความร่วมมือในการส่งเสริมการจ้างงานและฝึกอบรมโครงการเสริมสร้าง ขีดความสามารถ เพื่อแก้ไขปัญหาความต้องการด้านสาธารณ-สุขและการศึกษาของชนกลุ่มน้อยในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Strengthening the Capacity for Addressing Health and Education Needs of Ethnic Minorities) และการลงทุนและป้องกัน HIV / AIDS ในอนุภูมิภาคน้ำโขง

- ที่ประชุมเสนอให้ใช้กรอบแนว East-West Corridor ในการ วางแผนกิจกรรมความร่วมมือ โดยเฉพาะด้านสังคม การพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ การอพยพย้ายถิ่นแรงงาน

  • สาขาการค้า

- ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก GMS ที่เสนอโดย Trade Facilitation Working Group (TFWG) โดยเน้นเรื่องการจัดตั้งหน่วยงาน ภายในของแต่ละประเทศดูแลและศึกษาเกี่ยวกับระบบ กฎเกณฑ์ ขั้นตอนและพิธีศุลกากรของการค้าระหว่างประเทศ และเพิ่มความร่วมมือไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการค้าในทาง การค้า โดยจัดตั้ง Subgroup on Dispute settlement Mechanism

  • สาขาการลงทุน

- ที่ประชุมเห็นชอบ การสร้างกลไกความร่วมมือ ในการส่งเสริมการลงทุน การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน พัฒนา กฎระเบียบที่จูงใจการลงทุนจากต่างประเทศโดยประเทศใน GMS จะต้องลดขั้นตอนการลงทุนในแต่ละประเทศสมาชิกเพื่อให้สะดวกมากขึ้น สนับสนุน GMS Business forum ที่จะเป็นเวทีในการส่งเสริมการลงทุน การหารือระหว่างนักธุรกิจ ซึ่งสภา-หอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เสนอที่จะร่วมกับ ADB ในการจัด GMS Business Forum ครั้งที่ 1 เพื่อเร่งสร้างเครือข่ายกับกลุ่มนักลงทุนในและต่างประเทศเพื่อระดมทุนเข้าสู่พื้นที่ GMS

- ที่ประชุมเห็นควร ให้มีการเปิดพรมแดนระหว่างกันมากขึ้น และการปรับขั้นตอนด้านภาษีศุลกากรและการตรวจสอบสินค้า ข้ามแดนให้เป็นไปในทางเดียวกัน โดยเริ่มจากเส้นทาง East-West Corridor ซึ่งน่าจะช่วยดึงการลงทุนจากภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่

7) การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและรัฐมนตรี GMS ครั้งที่ 10 คาดว่า จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2001 ยังมิได้กำหนดสถานที่ประชุมว่าจะเป็นที่กรุงมะนิลา ซึ่งเป็น ที่ตั้งของ ADB หรือที่เมืองหลวงของประเทศใดเป็นสถานที่จัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสและรัฐมนตรี GMS ครั้งที่ 10

8) ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับผู้นำรัฐบาลของประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (Mekong Summit) ในปี 2002 ซึ่งเป็นโอกาสที่ GMS มีพัฒนาการครบ 10 ปี โดยการประชุมสุดยอด Mekong Summit จะมีการประชุมเตรียมการทั้งในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและระดับ รัฐมนตรีด้วย วัตถุประสงค์ของการจัดประชุม Mekong Summit ก็เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกันในการผลักดันแผนงานและโครงการต่างๆ ในกรอบ GMS ให้เป็นรูปธรรมและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อันจะเป็นการส่งเสริมให้การเจรจาขอรับความช่วยเหลือหรือระดมเงินทุนจาก ADB ประเทศที่สามหรือองค์การระหว่างประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลในการพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ GMS ทุกประเทศ



Up บน