Minister of  Defence
*
เพื่อให้กระทรวงกลาโหม สามารถปฏิบัติภารกิจ ที่รับผิดชอบ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.กห. จึงกำหนด นโยบาย ๕ ประการ ให้ทุกส่วนราชการของ กห. นำไปปฏิบัติ
สารน่ารู้

การลงบัญชีทหารกองเกิน (การขึ้นทะเบียนทหาร)
การรับหมายเรียก (การรับหมายเกณฑ์)
การเข้ารับการตรวจเลือก (การเข้าเกณฑ์ทหาร)
การเข้ารับการเรียกพลของทหารกองหนุน
ไขข้อข้องใจ
หน้าต่อไป ์Next

การเกณฑ์ทหาร
    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๔๐ ที่ใช้ในปัจจุบัน กำหนดไว้ในหมวดที่ ๔ หน้าที่ของชายไทย มาตรา ๖๙ มีความว่า " บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รับราชการทหาร เสียภาษีอากร ช่วยเหลือราชการ รับการศึกษา อบรม ...ฯลฯ...ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ "
    กฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗ ซึ่ง มาตรา ๗ บัญญัติว่า " ชายที่มีสัญชาติเป็นไทย ตามกฎหมายมีหน้าที่รับราชการทหารด้วยตนเองทุกคน " และการได้มีสัญญาติไทยเป็นไปตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘
ดังนั้นหน้าที่ของชายไทยทุกคนต้องรับราชการทหาร หรือ "ต้องไปเกณฑ์ทหาร" ซึ่งปกติการเกณฑ์ทหาร จะกระทำกันในช่วงเดือน เม.ย. ของทุกปี  ปีละครั้ง หากได้รับการคัดเลือก ต้องเข้ารับราชการเป็นทหารจำนวน ๒ ปี  แต่มีข้อยกเว้น และผ่อนผันสำหรับผู้ที่เรียนวิชารักษาดินแดน (ร.ด.) หรือผู้ที่สำเร็จ การศึกษาในระดับต่าง ๆ ซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร และกฎกระทรวง ซึ่งจะกล่าวต่อไป

๑. หน้าที่ของชายไทยเกี่ยวกับการรับราชการทหารมีดังนี้

๑.๑ การลงบัญชีทหารกองเกิน (การขึ้นทะเบียนทหาร) ชายไทยเมื่ออายุย่างเข้า ๑๘ ปี (๑๗ ปีบริบูรณ์) ให้ไปแสดงตนเพื่อขึ้นทะเบียนทหารภายในปี พ.ศ.นั้น
๑.๒ การรับหมายเรียก(การรับหมายเกณฑ์) ทหารกองเกินทุกคนเมื่อมีอายุย่างเข้า ๒๑ ปี (๒๐ ปี บริบูรณ์ ) ใน พ.ศ. ใดต้องไปแสดงตน เพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอท้องที่ ที่เป็นภูมิลำเนาทหารของตน ภายใน พ.ศ.นั้น
๑.๓ การเข้ารับการตรวจเลือก (การเข้าเกณฑ์ทหาร) ทหารกองเกินเมื่อได้รับหมายเรียกแล้ว จะต้องไปเกณฑ์ทหารตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในหมายเรียก
๑.๔ การเข้ารับการเรียกพลของทหารกองหนุน ทหารที่ปลดจากกองประจำการโดยรับราชการในกองประจำการจนครบตามที่กฎหมายกำหนด หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร และได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นทหารกองหนุน  เมื่อมีหมายเรียกพล (เพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม) จะต้องไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับการฝึก หรือทบทวนวิชาทหาร ให้มีความรู้ความสามารถพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒. บุคคลที่จะได้สัญชาติไทย จะต้องเข้าหลักเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

๒.๑ เกิดโดยบิดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย
๒.๒ เกิดนอกราชอาณาจักรไทย โดยมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย แต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือบิดาไม่มีสัญชาติ
๒.๓ เกิดในราชอาณาจักรไทย (นอกจากผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย ที่มีบิดามารดาเป็นคนต่างด้าว  และขณะที่เกิดบิดามารดาเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต หรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางการทูต หรือพนักงาน หรือผู้เชี่ยวชาญขององค์การระหว่างประเทศ และคนในครอบครัว  ซึ่งเป็นญาติอยู่ในอุปการะหรือคนใช้  ซึ่งเดินทางจากต่างประเทศ มาอยู่กับบุคคลดังกล่าว)
๒.๔ ผู้ที่ได้แปลงสัญชาติเป็นไทยตามกฎหมาย
๒.๕ บุคคลที่ได้กลับคืนสัญชาติไทย

หมายเหตุ ชายที่มีสัญชาติไทย เริ่มผูกพันกับกฎหมายรับราชการทหาร ตั้งแต่อายุครบ ๑๗ ปีบริบูรณ์ หรือ อายุย่างเข้า ๑๘ ปี ในวาระแรกที่ได้ขึ้นทะเบียนทหารที่อำเภอ ตามที่กฎหมายกำหนด

๓. การนับอายุ

คนเกิดวันใด เดือนใดก็ตาม ในปีเดียวกันเมื่อสิ้นปีนั้น อายุจะเท่ากันหมด คือ ๑ ปีบริบูรณ์ และนับเป็นอายุย่าง ๒ ปีด้วย เช่น คนเกิดวันที่ ๑ ม.ค.๒๕๔๐ กับคนเกิดวันที่ ๓๑ ธ.ค.๒๕๔๐ เมื่อสิ้นปี ๒๕๔๐ และในวันที่ ๑ ม.ค.๒๕๔๑ ให้นับอายุครบ ๑ ปีบริบูรณ์ และจะมีอายุย่าง ๒ ปี เท่ากัน เรื่อยไปจนถึงวันที่ ๓๑ ธ.ค.๒๕๔๑  และเมื่อสิ้นปี ๒๕๔๑ แล้ว ในวันที่ ๑ ม.ค.๒๕๔๒ ให้นับอายุครบ ๒ ปีบริบูรณ์และจะมีอายุย่าง ๓ ปีด้วย ให้นับเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ตามที่ต้องการ
การจะทราบว่าอายุปัจจุบันเท่าใด้ให้เอา พ.ศ.ปัจจุบันตั้งลบด้วย พ.ศ.เกิด เช่น คนเกิด พ.ศ.๒๕๒๔ จะมีอายุครบ ๑๗ ปีบริบูรณ์ หรือย่างเข้า ๑๘ ปี ตลอดปี ๒๕๔๑ คือ อายุครบและอายุย่าง ตั้งแต่วันที่ ๑ ม.ค.๔๑ - วันที่ ๓๑ ธ.ค.๔๑

    หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถาม หรือ ร้องเรียนได้ที่
กองการสัสดี กรมเสมียนตรา
ในศาลาว่าการกลาโหม ถนนสนามไชย
กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
โทร. ๐-๒๒๒๑-๗๘๒๒
กรมการกำลังสำรองทหารบก
อาคารกองบัญชาการกองทัพบก (มัฆวานรังสรรค์)
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
กทม. ๑๐๑๐๐
โทร. ๐-๒๒๙๗-๘๗๕๐, ๐-๒๒๘๑-๑๕๕๘

หรือที่
ตู้ ปณ. ๒-๑๙๑
กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐


Up บน หน้าต่อไป Next