Minister of  Defence
*
เพื่อให้กระทรวงกลาโหม สามารถปฏิบัติภารกิจ ที่รับผิดชอบ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.กห. จึงกำหนด นโยบาย ๕ ประการ ให้ทุกส่วนราชการของ กห. นำไปปฏิบัติ
นโยบาย

เบญจวิถี

เดือน มี.ค. ๔๔ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ เข้าปฏิบัติหน้าที่ ในตำแหน่ง รมว.กห. ภายใต้ข้อจำกัดหลายประการ เช่น งบประมาณ ภาวะเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น เพื่อให้กระทรวงกลาโหม สามารถปฏิบัติภารกิจ ที่รับผิดชอบ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงกำหนด " นโยบาย ๕ ประการ " ให้ทุกส่วนราชการของ กห. นำไปปฏิบัติ

๑. สนับสนุนการสร้างสันติภาพในภูมิภาคโดยการทูตทางทหาร

หมายถึง การใช้ศักยภาพของหน่วยทหารทุกระดับสร้างความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อยุติความขัดแย้งนำมาซึ่งสันติภาพในภูมิภาค พ.ค. – ก.ค. ๔๔ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมและคณะ เดินทางเยือนมิตรประเทศ ประกอบด้วย ประเทศมาเลเซีย, สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว, สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, สหภาพพม่า และ กัมพูชา ตามลำดับ เพื่อเป็นการเริ่มต้นภารกิจดังกล่าว
ผลแห่งความสำเร็จ : กระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพมิตรประเทศ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จะร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนทางด้านการศึกษา ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจบริเวณพื้นที่ชายแดน แก้ไขปัญหาความมั่นคงชายแดนร่วมกันที่สำคัญ ในส่วนของสหภาพพม่า เปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นมิตรแท้ ดังเดิม และในส่วนสาธารณรัฐประชาชนจีน “หมีแพนด้า” ที่จะได้รับ สื่อความหมายในความเป็นมิตรแท้ ที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางจิตใจอย่างมหาศาล ประการสุดท้ายนำไปสู่ความสัมพันธ์ในด้านต่าง ๆ อันจะนำ ไปสู่ความเจริญความก้าวหน้าร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน

๒. เป็นแกนนำในการจัดระเบียบชายแดน

การจัดระเบียบตามแนวชายแดน กระทรวงกลาโหมจะต้องมีบทบาทสำคัญยิ่งในฐานะ หน่วยนำและหน่วยสนับสนุนการจัดระเบียบตามแนวชายแดน โดยอยู่ในกรอบการวางแผนอำนวยการเป็นระบบอย่างมียุทธศาสตร์ โดยคำนึงถึงภาพรวมของประเทศเป็นสำคัญ มิใช่ปล่อยให้หน่วยหนึ่งหน่วยใด ดำเนินการโดยเอกเทศ หรือปล่อยให้ชายแดนถูกจัดการไปโดยธรรมชาติในลักษณะที่ไม่มีทิศทางที่แน่นอน อาศัยคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๓๑ ธ.ค. ๔๑ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดตั้งคณะกรรมการ จัดระเบียบชายแดนขึ้น มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้แทนกระทรวงต่าง ๆ เป็นคณะกรรมการ ดำเนินการจัดระเบียบตามแนวชายแดน เพื่อความสงบสุขและอธิปไตย ของประเทศ
งานจัดระเบียบตามแนวชายแดน อาทิเช่น
- การจัดที่ทำกินอันเหมาะสมแก่ราษฎร
- การบริหารทรัพยากรตามแนวชายแดนอย่างคุ้มค่า
- การดำเนินการตามยุทธศาสตร์การป้องกันเบ็ดเสร็จ
- โครงการร่วมพัฒนาชนบทข้ามพรมแดน

งานจัดระเบียบชายแดน มีผลสามารถทำให้ยุติ หรือลดระดับของอาชญากรรมข้ามชาติ และปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ๙ ประการ
๑. ยาเสพติด
๒. การหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
๓. การลักลอบซื้อ - ขายสินค้าหนีภาษี
๔. โรคระบาด
๕. ผู้หลบภัยจากการสู้รบ
๖. แรงงานเถื่อน
๗. ขบวนการค้าประเวณีข้ามชาติ
๘. ขบวนการโจรก่อการร้าย
๙. ขบวนการโจรกรรมข้ามชาติ

๓. ปรับปรุงโครงสร้างกองทัพให้เหมาะกับสถานการณ์และการรักษาผลประโยชน์ของชาติ

กระทรวงกลาโหม ประเมินภัยคุกคามจากภายนอกประเทศ ลักษณะของความขัดแย้งตามสถานการณ์ของโลก เพื่อเตรียมจัดกำลังกองทัพให้เหมาะสม มีขนาดพอเหมาะ มีความคล่องตัว และมีอำนาจขีดความสามารถในการรบสูง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายที่จะต้องปรับปรุงการจัดของกระทรวง ให้เหมาะสมกับการประมาณสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งกำลังหลักและกำลังสำรอง การดำเนินการดังกล่าว หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีผลกระทบต่อกำลังพล ซึ่งรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหมตระหนักดี ได้ให้นโยบายในการปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน อาทิ การจัดตั้งโครงการทหารอาสา เพื่อจูงใจให้เกิดการสมัครเข้าเป็นทหาร และเพื่อ ลดจำนวนของผู้เข้ารับตรวจเลือกลง การจัดการบริหารหน่วยทหารขนาดใหญ่ให้เป็นไปอย่างสากล การแก้ไขกฎระเบียบที่ล้าหลังของกองทัพ ซึ่งจะทำให้กองทัพเข้มแข็ง และประหยัดงบประมาณ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการ ดำเนินการในรอบสามเดือนที่ผ่านมา

๔. การเตรียมกองทัพให้พร้อมรบอย่างมีประสิทธิภาพ

จะต้องมีความชัดเจนในการเตรียมกำลังรบให้พร้อม ทั้ง กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพ อากาศ ต้องจัดเตรียมกำลังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมกำลังดังกล่าว จะต้องกระทำโดยยึดถือหลักการและความเป็นจริง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ตระหนักดีถึงความถดถอยของเหล่าทัพ ในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา เนื่องด้วยขีดจำกัดที่ได้รับการสนับสนุน ด้านงบประมาณจากรัฐบาลเป็นเวลา ๔ ปี ติดต่อกัน อาจกล่าวได้ว่าในห้วงเวลา ๔ ปี ที่ผ่านมากองทัพสามารถดำรงอยู่ได้ เพราะมีการเตรียมการรับมือ การขาดแคลนงบประมาณไว้อยู่ก่อนแล้ว จนถึงจุดที่ไม่อาจจะรับการสนับสนุนงบประมาณ ในลักษณะที่ลดลงอยู่ตลอดเวลาได้
ในระดับกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ผลักดันให้มีการเพิ่มเติมงบประมาณให้กลาโหม ได้เป็นครั้งแรกในรอบ ๔ ปี ทำให้ในปี ๒๕๔๔ กลาโหมได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น ประมาณ ๑.๙% ซึ่งงบประมาณดังกล่าว เป็นเงินประมาณสามพันสี่ร้อยล้านเศษ เหล่าทัพจะได้นำไปขยาดความพร้อม และอำนาจกำลังรบ ทั้งทางด้านมีตัวตนได้แก่ อาวุธ กระสุน เชื้อเพลิง (สป.๓) ให้อยู่ในอัตรา ที่พร้อม และทางด้านไม่มีตัวตนได้แก่ ขวัญกำลังใจ นโยบายยุทธศาสตร์/ยุทธวิธีเบี้ยเลี้ยงในสนาม เป็นต้น

๕. สนับสนุนการปฏิบัติอื่น ๆ ที่มิใช่การรบ เพื่อประชาชนและสันติภาพ

เพื่อเสริมสร้างเกียรติภูมิและเป็นภาระหน้าที่ที่ทหารพึงกระทำต่อประเทศชาติ นอกเหนือจากการรบ เป็นสิ่งซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตระหนักถึงความสำคัญ ได้ให้นโยบายในการ ดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ จัดหางบประมาณในการดำเนินการให้กับเหล่าทัพ ให้เพียงพอต่อการดำเนินการ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ เช่น
- การจัดกำลังเพื่อรักษาสันติภาพตามคำขอขององค์การสหประชาชาติ
- ดำเนินการพัฒนาชนบทตามโครงการพระราชดำริ
- สนับสนุนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
- การปฏิบัติภาระหน้าที่ของหน่วยทหารในการพัฒนาประเทศ
- การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุบัติภัย (สาธารณภัย)
- การช่วยเหลือประชาชนเพื่อความอยู่ดีกินดี


Up บน